ม.อ. จัดประเพณีร่วมร้องเพลงสถาบัน ประจำปีการศึกษา 2569 และพิธีมอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2568
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) จัดโครงการประเพณีร่วมร้องเพลงสถาบันประจำปีการศึกษา 2569 (PSU Cheering 2026) และพิธีมอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่อประกาศเกียรติคุณแก่ศิษย์เก่า ม.อ. และสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่ายศิษย์เก่าด้วยกัน โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี ประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมมอบโล่รางวัลศิษย์ดีเด่น จำนวน 72 รางวัล โดยมีผู้บริหารจากทั้ง 5 วิทยาเขต ศิษย์เก่า ม.อ. บุคลากร และนักศึกษากว่า 3,000 คน เข้าร่วมในพิธี ณ Convention Hall ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี กล่าวว่า ในโอกาสนี้ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 ทั้ง 72 ท่าน ทุกท่านคือความภาคภูมิใจอันสูงสุดของมหาวิทยาลัย การที่ท่านได้รับรางวัลในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จ ผลงาน และคุณงามความดีที่ท่านได้อุทิศให้แก่สังคม ประเทศชาติ และสถาบันเท่านั้น แต่ยังเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่า และเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่นักศึกษารุ่นน้อง ให้ได้เดินตามรอยความสำเร็จด้วยคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อร่วมกันสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคม




สำหรับนักศึกษาใหม่ทุกคน ประเพณีร่วมร้องเพลงสถาบันในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การฝึกซ้อมหรือการเปล่งเสียงร้องเพลงร่วมกัน แต่เป็นกระบวนการซึมซับจิตวิญญาณ อัตลักษณ์ และประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยผ่านบทเพลงประจำสถาบันทั้ง 4 เพลง ได้แก่ เพลงเขตรั้วสีบลู เพลงร่มศรีตรัง เพลง ม.อ. ใต้ร่มพระบารมี และเพลงมาร์ชสงขลานครินทร์ ซึ่งจะหล่อหลอมให้พวกเราเกิดความรัก ความผูกพัน ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในความเป็น “ลูกสงขลานครินทร์” รวมถึงการได้รับมอบเข็มตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยในวันนี้ จะเป็นเครื่องเตือนใจให้พวกเรามุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียน และเติบโตไปเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก่อตั้งขึ้นด้วยปณิธานอันแน่วแน่ที่มุ่งหวังให้สถาบันแห่งนี้เป็นหลักในการพัฒนาภาคใต้และประเทศชาติ โดยยึดมั่นในพระราชปณิธานของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” ซึ่งเป็นเข็มทิศนำทางให้แก่ชาว ม.อ. ทุกรุ่นตลอดมา