กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต ม.อ. ปีการศึกษา 2568 เป็นวันแรก
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระหว่างวันที่ 21 - 22 กันยายน 2569
วันนี้ (21 กันยายน 2569) เวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปยังศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปีการศึกษา 2568 เป็นวันแรก
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กราบทูลสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และกราบทูลรายงานกิจการของมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เดินหน้าพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างรอบด้าน ทั้งการศึกษา วิจัย นวัตกรรม การแพทย์ บริการสังคม และการบริหารจัดการ โดยด้านการศึกษามุ่งสร้างบัณฑิตสู่การเป็น “พลเมืองโลก” ปัจจุบันมี 305 หลักสูตร นักศึกษา 36,781 คน และบุคลากร 12,408 คน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านระบบคลังหน่วยกิตและ PSU MOOC พร้อมสร้างความโดดเด่นด้าน CWIE จนได้รับรางวัลระดับชาติ 8 รางวัล
ด้านวิจัยและนวัตกรรม นักวิจัยได้รับการจัดอันดับ WORLD’S TOP 2% ของโลก และมีการค้นพบสารชีวโมเลกุล “HeLP” จากเซรั่มน้ำยางพาราที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งเป็นครั้งแรกของโลก ขณะที่ด้านการแพทย์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายหัวใจเป็นรายแรกของภูมิภาค พร้อมเดินหน้าโครงการศูนย์สุขภาพอันดามัน เพื่อยกระดับภาคใต้สู่ศูนย์กลางเมืองสุขภาพโลก
ด้านพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกและเป็นที่พึ่งของภาคใต้ โดยเฉพาะช่วงอุทกภัยเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ศูนย์พักพิง และโรงพยาบาลภาคสนาม สามารถช่วยเหลือประชาชนกว่า 14,000 คน ส่วนด้านการบริหารจัดการ เดินหน้า Digital Transformation และ AI ควบคู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน จนได้รับรางวัล Climate Action Leader อันดับ 2 ของประเทศ พร้อมต่อยอดศิลปวัฒนธรรม “วิถีสุวรรณภูมิบนฐานสังคมพหุวัฒนธรรม” สู่การสร้างคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ในปีการศึกษา 2568 มีผู้สำเร็จการศึกษาและมีสิทธิ์เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร 7,159 คน แบ่งเป็นปริญญาเอก 122 คน ปริญญาโท 566 คน และปริญญาตรี 6,471 คน ขณะที่ปี 2569 สภามหาวิทยาลัยอนุมัติปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ 9 ราย รางวัลอนุสรณ์สงขลานครินทร์แก่บุคคล 2 ราย และองค์กร 1 องค์กร รวมถึงอาจารย์ตัวอย่างดีเด่นในด้านต่าง ๆ 10 ราย
จากนั้นสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ราย ได้แก่
- ศาสตราจารย์เกียรติคุณวัชรินทร์ รุกขไชยศิริกุล ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เคมี)
- นางมรกต กุลธรรมโยธิน วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิทยาการคอมพิวเตอร์)
- Professor Steven J. Lindauer ทันตแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
- นายอนุพาสน์ สุวรรณมงคล ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พัฒนามนุษย์และสังคม)
- นายนัน ชูเอียด วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พัฒนาการเกษตร)
พระราชทานโล่เกียรติยศ แก่อาจารย์ตัวอย่างดีเด่น ประจำปี 2569 จำนวน 7 ราย ได้แก่
- รองศาสตราจารย์เอกวิภู กาลกรณ์สุรปราณี คณะวิทยาศาสตร์ อาจารย์ตัวอย่างดีเด่นด้านการวิจัยและนวัตกรรม สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
- อาจารย์มรกต แก้วเพชร คณะวิทยาศาสตร์ อาจารย์ตัวอย่างดีเด่นด้านกิจการนักศึกษา
- รองศาสตราจารย์เกวลิน ธรรมสิทธิ์บูรณ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ อาจารย์ตัวอย่างดีเด่นด้านการเรียนการสอน สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
- รองศาสตราจารย์วีรพงศ์ วัฒนาวนิช คณะแพทยศาสตร์ อาจารย์ตัวอย่างดีเด่นด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
- รองศาสตราจารย์อภิชาติ แก้วเดช คณะแพทยศาสตร์ อาจารย์ตัวอย่างรุ่นใหม่ดีเด่นของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปี 2569
- รองศาสตราจารย์มัทนชัย สุทธิพันธุ์ คณะวิทยาการจัดการ อาจารย์ตัวอย่างดีเด่นด้านการวิจัยและนวัตกรรม สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
- รองศาสตราจารย์จุไรทิพย์ หวังสินทวีกุล คณะเภสัชศาสตร์ อาจารย์ตัวอย่างดีเด่นด้านการวิจัยและนวัตกรรม
และพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก โท และตรี จากคณะวิทยาศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ คณะศิลปศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะการแพทย์แผนไทย คณะอุตสาหกรรมเกษตร คณะแพทยศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะเศรษฐศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ และคณะพยาบาลศาสตร์ ตามลำดับ

โอกาสนี้ได้พระราชทานพระโอวาท ความว่า มหาวิทยาลัยนั้น เป็นสถาบันการศึกษาที่หล่อหลอมบัณฑิต ให้มีความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ และมีทักษะในการประยุกต์ใช้ความรู้ ให้เป็นประโยชน์แก่การดำรงชีวิตได้ ด้วยเหตุนี้ บัณฑิตจึงสามารถประกอบอาชีพการงานให้ก้าวหน้ารุ่งเรืองได้ แม้จะในสาขาวิชาที่มิได้สำเร็จการศึกษามาโดยตรง เพราะมีพื้นฐานความรู้ที่ดี และได้ฝึกฝนการนำความรู้ไปปรับใช้ให้สำเร็จผล แต่โดยเหตุที่สังคมทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาอย่างรวดเร็วตลอดเวลา บัณฑิตจึงจำเป็นต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอด้วย ให้เป็นผู้มีความรู้ ความคิด และทักษะความเชี่ยวชาญ ที่ทันการณ์ทันยุคสมัย จะได้สามารถปฏิบัติแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และประกอบกิจการงานสร้างสรรค์ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ในการนี้ พึงระลึกไว้เสมอว่า ประโยชน์นั้นมี 2 ประการควบคู่กันอยู่ คือประโยชน์ส่วนตน กับประโยชน์ส่วนรวม หากแต่ละคนคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นอันดับแรก ทุกคนในสังคมจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ก่อให้เกิดผลดีแก่ประเทศชาติ สอดคล้องตามแนวพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก




รับชมการถ่ายทอดสดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรได้ที่: