ม.อ. ผนึกภาคี หนุนชุมชนอ่าวปัตตานี ประกาศ “ธรรมนูญชุมชนด้านสภาพภูมิอากาศ” ฉบับแรกในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ชุมชนในอ่าวปัตตานีเป็นพื้นที่แรกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศที่ประกาศและร่วมลงนาม ธรรมนูญชุมชนด้านสภาพภูมิอากาศ หรือ ธรรมนูญชุมชนตำบลแหลมโพธิ์ เพื่อขับเคลื่อนการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับท้องถิ่น ซึ่งมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนในด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากภาคีต่าง ๆ มูลค่ารวมกว่า 82.5 ล้านบาท (2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ธรรมนูญฉบับนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยชุมชน เพื่อชุมชน ในระยะเวลากว่าสองปี ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการ Climate Finance Network (CFN) ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานการต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร (Foreign, Commonwealth & Development Office: FCDO)
โดยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 หน่วยงานภาคี ได้แก่ UNDP จังหวัดปัตตานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อำเภอยะหริ่ง องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมโพธิ์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ร่วมลงนามแสดงเจตนารมณ์ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืน พร้อมเปิดตัวแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับพื้นที่
ธรรมนูญชุมชนตำบลแหลมโพธิ์กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
• การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและประมง ครอบคลุมการฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ การกำกับดูแลการทำประมง และการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยแนวทางที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions)
• สิ่งแวดล้อมและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
• การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านบทบาทการเป็นผู้นำของผู้หญิงและเยาวชน
• สังคม สุขภาพ และคุณภาพชีวิต ครอบคลุมการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารสำหรับเด็ก การสร้างชุมชนที่มีสุขภาวะที่ดี การลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการสร้างพื้นที่สาธารณะที่ปลอดบุหรี่และปลอดยาเสพติด
ธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการรับรองและประกาศเจตนารมณ์ร่วมจากผู้แทนกว่า 360 คน จากชุมชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และองค์กรเพื่อการพัฒนา ที่เข้าร่วมงาน ณ ชายหาดแหลมตาชี จังหวัดปัตตานี
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนพันธกิจของโครงการ Climate Finance Network (CFN) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสหราชอาณาจักรและ UNDP ที่มุ่งเชื่อมโยงการลงทุนจากภาครัฐและภาคเอกชนไปสู่การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ชุมชนเป็นผู้กำหนด และสนับสนุนแนวทางรับมือที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน
มาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย กล่าวว่า สหราชอาณาจักรรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนโครงการ Climate Finance Network (CFN) ของ UNDP ซึ่งช่วยให้เงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศเข้าถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด ซึ่ง CFN เป็นส่วนสำคัญของโครงการ CARA ซึ่งเป็นกลไกหลักของสหราชอาณาจักรในการสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ตั้งแต่การเงินด้านสภาพภูมิอากาศ ข้อมูลสภาพอากาศ ไปจนถึงการปรับตัวที่นำโดยชุมชน
ธรรมนูญชุมชนตำบลแหลมโพธิ์เป็นตัวอย่างที่ทรงพลังของการที่ชุมชนสามารถกำหนดลำดับความสำคัญและแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งเมื่อภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีการพัฒนาร่วมลงทุนในสิ่งที่ชุมชนกำหนด เราจะสามารถสร้างการปรับตัวที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และยั่งยืนได้มากยิ่งขึ้น”
อ่าวปัตตานีเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศชายฝั่งและทะเล ซึ่งเป็นฐานสำคัญของวิถีชีวิต ความมั่นคงทางอาหาร และมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน อย่างไรก็ตาม พื้นที่แห่งนี้กำลังเผชิญผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งการกัดเซาะชายฝั่ง ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และสภาพอากาศที่แปรปรวน ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและการดำรงชีวิตของประชาชน การลงทุนเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจึงมีความสำคัญไม่เพียงต่อการปกป้องระบบนิเวศและวิถีชีวิต แต่ยังรวมถึงการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ และความสมานฉันท์ทางสังคม
นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การจัดทำธรรมนูญชุมชนตำบลแหลมโพธิ์ถือเป็นก้าวสำคัญของชุมชนชายฝั่งอ่าวปัตตานีในการเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน จังหวัดปัตตานีพร้อมสนับสนุนการบูรณาการกรอบการดำเนินงานของชุมชนฉบับนี้เข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดในระยะต่อไป
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ผ่านองค์ความรู้ทางวิชาการและความร่วมมือด้านการจัดการความรู้ เพื่อร่วมผลักดันแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ
นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ธรรมนูญสุขภาพระดับพื้นที่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่สะท้อนพลังของการมีส่วนร่วมของชุมชน สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติพร้อมสนับสนุนกระบวนการดังกล่าวในฐานะส่วนหนึ่งของกรอบนโยบายสุขภาพของประเทศไทย
นีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดีกับชุมชนและภาคีทุกฝ่ายว่า “ประสบการณ์จากปัตตานีแสดงให้เห็นว่า การสร้างความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเกิดผลสูงสุดเมื่อการลงทุนตอบสนองต่อความต้องการที่ชุมชนเป็นผู้กำหนด โดย Climate Finance Network แสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาวะผู้นำของชุมชน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สามารถช่วยดึงทรัพยากรไปสู่แนวทางแก้ไขที่เสริมสร้างความเข้มแข็ง ปกป้องวิถีชีวิต และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน เราหวังว่าหมุดหมายนี้ในจังหวัดปัตตานีจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการขยายผลในพื้นที่อื่นของประเทศไทย
เรื่องราวเบื้องหลังความร่วมมือครั้งนี้ยังได้รับการถ่ายทอดผ่านสารคดีความฝันของม๊ะ (Mother's Dream) ซึ่งผลิตภายใต้โครงการ CFN โดยเล่าเรื่องของ “ก๊ะน๊ะ” คุณแม่ที่อาศัยอยู่ในอ่าวปัตตานี ถ่ายทอดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจริงในระดับชุมชนและผลกระทบต่อผู้หญิง และสะท้อนความมุ่งมั่นของผู้คนในพื้นที่ในการสร้างอนาคตที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นให้กับคนรุ่นต่อไป
ขณะที่ประเทศไทยเร่งเดินหน้าสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และเสริมสร้างความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การระดมเงินทุนเพื่อบรรลุเป้าหมาย SDGs ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ รายงาน Country Climate and Development Report ของธนาคารโลกประเมินว่า ในช่วง 25 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศประมาณ 219,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนี้ประมาณ 115,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จำเป็นต่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความจำเป็นในการลงทุนในเรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นในหลายภาคส่วน เช่น การศึกษาด้าน Investment and Financial Flows (I&FF) ของ UNDP ประเมินว่า ประเทศไทยต้องการเงินลงทุนเพิ่มเติมประมาณ 13,000–14,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ดังนั้น โครงการอย่าง Climate Finance Network (CFN) จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเงินทุนไปสู่ความต้องการและแนวทางแก้ไขที่ชุมชนกำหนด เพื่อให้การลงทุนสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อชุมชน ความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาที่ยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Climate Finance Network (CFN)
รับชมสารคดี Mother's Dream
ร่วมมือกับเรา
ฎาฎะณี วุฒิภดาดร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส UNDP Thailand
อนรรฆ เสรีเชษฐพงษ์, นักเศรษฐศาสตร์ด้านการพัฒนา UNDP Thailand
กานท์กลอน รักธรรม หัวหน้าด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ UNDP Thailand
เกี่ยวกับ UNDP
โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เป็นองค์กรของสหประชาชาติที่ทำงานเพื่อยุติความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยทำงานร่วมกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและภาคีในกว่า 170 ประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแนวทางแก้ไขที่บูรณาการและยั่งยืนสำหรับผู้คนและโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ undp.org หรือติดตามผ่าน @UNDP