ข่าวชาวสงขลานครินทร์

ม.อ. ผนึก ทีเส็บ–มหาดไทย–อาชีวะ ปั้นนักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง ต่อยอด ‘สงขลาโมเดล’ สู่สากล




มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงนามความร่วมมือการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย โดยใช้ “สงขลาโมเดล” เป็นต้นแบบในการพัฒนาเมือง คน และเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน



พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ณ ห้องคาร์ลตัน แกรนด์ บอลรูม ชั้น 9 โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมลงนามความร่วมมือ



โอกาสนี้ได้รับเกียรติจากนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพสุ โลหารชุน ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายอำนวย พิณสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดสงขลา ร่วมเป็นสักขีพยาน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์พร้อมประกาศความสำเร็จของ “สงขลาโมเดล” ในฐานะ Living Lab สำคัญของภูมิภาค ที่เชื่อมโยงบทบาทมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาเมืองผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ โดยมีสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา หรือ SCEB ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทำหน้าที่เป็น City CVB ในการขับเคลื่อนเมืองสู่มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม

ผลจากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้สงขลาได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ทั้งการได้รับการจัดอันดับจาก GDS-Index 2025 ให้เป็นเมืองไมซ์ยั่งยืนอันดับ 1 ของประเทศไทยติดต่อกัน 3 ปี อันดับ 3 ของเอเชีย และอันดับ 28 ของโลก รวมถึงการคว้าอันดับ 7 ของโลกด้านความก้าวหน้าทางสังคม หรือ Social Progress และได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองเทศกาลและอีเวนต์โลก” หรือ IFEA World Festival & Event City 2025



อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของสงขลาไม่ได้หยุดอยู่เพียงการจัดงานหรือการสร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติ แต่ได้ถูกถอดบทเรียนเป็นองค์ความรู้เพื่อยกระดับระบบการศึกษาและการพัฒนากำลังคน ผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต หรือ Credit Bank ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เชื่อมโยงการศึกษา การทำงาน และการพัฒนาเมืองเข้าด้วยกัน

“เราไม่ได้เพียงสอนหนังสือ แต่กำลังสร้างระบบนิเวศการพัฒนานักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง ที่คิดเป็น ทำได้ และลงมือปฏิบัติได้จริง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มุ่งมั่นนำโมเดลความสำเร็จนี้ไปต่อยอดเป็นพิมพ์เขียวในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการจัดงานระดับโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ กล่าว



การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการประกาศเปิดตัวนวัตกรรมความร่วมมือด้าน “ไมซ์พัฒนาเมือง” สู่มาตรฐานสากล โดยผนึกกำลัง 4 หน่วยงานยุทธศาสตร์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทีเส็บ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อยกระดับบทบาทของอุตสาหกรรมไมซ์จากการเป็นเครื่องมือด้านการจัดประชุมและนิทรรศการ ไปสู่กลไกสำคัญในการพัฒนาเมือง พัฒนาคน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบ

ภายใต้ความร่วมมือนี้ “สงขลาโมเดล” จะถูกใช้เป็นต้นแบบในการถอดบทเรียน จัดทำหลักสูตร พัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง และออกแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงนโยบายระดับชาติสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยมุ่งสร้างนักบริหารเมืองไมซ์รุ่นใหม่ที่มีทั้งองค์ความรู้ ทักษะเชิงปฏิบัติ และมุมมองระดับสากล

ความร่วมมือดังกล่าวยังมีเป้าหมายในการขยายผลไปยังเมืองไมซ์และเมืองศักยภาพทั่วประเทศ เพื่อสร้างรายได้ กระจายโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นจุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์โลกอย่างยั่งยืน