เปิดฉากงาน SITE 2026 ม.อ. ผนึกกำลังพันธมิตรพลิกฟื้นเศรษฐกิจใต้ กู้ความเชื่อมั่นหลังอุทกภัยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.วศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดีวิทยาเขตหาดใหญ่ และทีมผู้บริหารคณะต่าง ๆ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “Southern Innovation and Technology Expo 2026: SITE 2026” โดยจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ เชื่อมโยงความร่วมมือทุกภาคส่วน และยกระดับจังหวัดสงขลาให้เป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการ (MICE) ของภาคใต้ สร้างรายได้และการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมี นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นางสาวกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดไมซ์ในประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ณ Convention Hall ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569




นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การจัดงาน SITE 2026 ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงวันที่เรามารวมตัวกันเพื่อจัดแสดงเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมที่ล้ำสมัย แต่คือวันที่เรามายืนอยู่บนจุดเปลี่ยนของประเทศ วันที่เราต้องร่วมกันตั้งคำถามสำคัญว่า ภายใต้ความผันผวนของโลก วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจ เราจะก้าวต่อไปอย่างไรด้วยความมั่นคงและมีความหมาย โดยเราไม่ได้มาพบกันในช่วงเวลาที่ง่ายนัก แต่เราเลือกจะมาพบกันในช่วงเวลาที่คุณค่าของความร่วมมือ ความหมายของการพัฒนา และทิศทางของอนาคตชัดเจนที่สุด วันนี้โลกไม่ได้ต้องการนวัตกรรมที่เร็วกว่าเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการนวัตกรรมที่เข้าใจชีวิตของผู้คน เข้าใจความเปราะบางของสังคม และสามารถแปรความท้าทายให้กลายเป็นพลังในการเดินต่อไปข้างหน้าได้


“SITE 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีของเทคโนโลยี แต่เป็นเวทีของความคิด เวทีของความรับผิดชอบ และเวทีของการลงมือทำจริง เพื่อออกแบบอนาคตที่สุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คน เดินไปพร้อมกันได้อย่างสมดุล และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เรามาอยู่ร่วมกัน ณ ที่แห่งนี้ เพราะเราต่างเชื่อมั่นตรงกันว่านวัตกรรมที่แท้จริง มิได้เริ่มต้นจากเครื่องมือหรือเทคโนโลยี หากแต่เริ่มต้นจากหัวใจของผู้คน และนั่นคือจิตวิญญาณของ SITE 2026” รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สงขลาเป็นเมืองที่ยืนอยู่บนรากฐานของความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ รวมทั้งความคิด และความหลากหลายนั้นได้หล่อหลอมให้สงขลา เติบโตเป็นเมืองที่พร้อมเปิดรับการเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลง และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้สงขลาก้าวสู่การเป็น MICE City ไม่ใช่เพราะขนาดของเมือง แต่เพราะศักยภาพของระบบเมือง สงขลาไมซ์ซิตี้ ไม่ได้เป็นเพียงเมืองสำหรับการจัดประชุมหรือจัดแสดงงานสินค้า แต่เป็นเมืองที่ใช้เวทีไมซ์เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงนโยบายกับการปฏิบัติ เชื่อมโยงองค์ความรู้กับเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงความคิดจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน โดยการที่งาน SITE เริ่มต้นขึ้นในปี 2024 และเติบโตต่อเนื่องสู่ SITE 2026 ในปีที่ 2 พร้อมการขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าสงขลาไม่ได้รอให้โอกาสเดินเข้ามา แต่เลือกจะก้าวออกไปหาโอกาส และยืนอยู่ในเวทีโลกด้วยความมั่นใจ บนพื้นฐานขององค์ความรู้ นวัตกรรม และความร่วมมืออย่างเป็นระบบ

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า SITE ไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการจัดงานแสดงเทคโนโลยี แต่เกิดขึ้นจากคำถามที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ตั้งไว้กับตนเองอย่างจริงจังว่า ในวันที่โลกต้องเผชิญกับความผันผวนด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม มหาวิทยาลัยควรทำหน้าที่ใดและควรยืนอยู่ตรงไหนของประเทศ โดย SITE 2024 คือคำตอบแรกของคำถามนั้น และเป็นการจัดงานครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ตั้งใจเปิดพื้นที่ให้นวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยได้ออกมาพบกับโลกจริง พบกับภาคธุรกิจ นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และประชาชน เพื่อพิสูจน์ว่าองค์ความรู้ทางวิชาการสามารถต่อยอดเป็นพลังทางเศรษฐกิจ และเป็นทางออกของสังคมได้อย่างแท้จริง


“ในวันนี้ SITE 2026 คือการก้าวสู่ปีที่ 2 ของการเดินทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น มั่นคงยิ่งขึ้น และมีเครือข่ายความร่วมมือที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งจากองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรในระดับนานาชาติ ซึ่งได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง จนทำให้งานในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีของมหาวิทยาลัย แต่เป็นเวทีร่วมของประเทศ ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา SITE ไม่ได้หยุดอยู่เพียงภายในประเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้พา SITE ออกเดินทางสู่เวทีโลก ผ่านการจัด Roadshow ในต่างประเทศมาแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ สาธารณรัฐสิงคโปร์ และประเทศออสเตรเลีย ภายใต้ความร่วมมืออันดียิ่งกับสถานเอกอัครราชทูต ซึ่งช่วยเชื่อมโยงนวัตกรรมของไทยเข้าสู่เครือข่ายนานาชาติ และเปิดประตูสู่ความร่วมมือด้านการวิจัย การลงทุน และการพัฒนาในระยะยาว” อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าว

ขณะที่ นางสาวกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดไมซ์ในประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) กล่าวด้วยว่า บทพิสูจน์ของการจัดงาน SITE 2026 ในวันนี้ คือการที่อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย ได้ก้าวข้ามบทบาทของการจัดงาน ไปสู่การเป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง และในสมการใหม่นี้ จังหวัดสงขลา มิได้เป็นเพียงพื้นที่รองรับกิจกรรม แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นพื้นที่ตั้งคำถามเชิงอนาคตให้กับประเทศว่า เราจะใช้นวัตกรรม ความร่วมมือ และพลังของผู้คนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในระดับโลกอย่างไร


สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ มีความเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ไมซ์ที่ทรงพลัง ไม่ได้เกิดจากเวทีที่ใหญ่ที่สุด แต่เกิดจากพื้นที่ที่มีความหมายที่สุด และสงขลาคือหนึ่งในพื้นที่เช่นนั้น พื้นที่ซึ่งมีทั้งความหลากหลายทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ และบทเรียนจากวิกฤตจริงที่ไม่เคยอยู่ในตำรา SITE 2026 จึงไม่ใช่เพียงงานที่นำเทคโนโลยีมาโชว์ แต่เป็นงานที่นำประสบการณ์จริง ความท้าทายจริง และความหวังจริง มาตกผลึกเป็นบทสนทนาในระดับประเทศและระดับภูมิภาค
“ทีเส็บ จะยังคงยืนเคียงข้างจังหวัดสงขลา และเครือข่าย SITE ต่อไป ไม่ใช่เพียงในฐานะผู้สนับสนุนงบประมาณหรือกิจกรรม แต่ในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ที่เชื่อว่าสงขลาไมซ์ซิตี้ สามารถเป็นต้นแบบของการใช้ไมซ์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความยืดหยุ่นให้สังคม และเปิดประตูประเทศไทยสู่อนาคตได้อย่างสง่างาม” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดไมซ์ในประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) กล่าวทิ้งท้าย



ทั้งนี้ นอกจากในช่วงพิธีเปิดและการปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “หนึ่งสุขภาพ หนึ่งประเทศ ขับเคลื่อนอาเซียนด้วยนวัตกรรมและหัวใจแห่งความเป็นไทย (One Health, One Thailand: Leading ASIAN with Compassion and Innovation)” โดย นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภายในงานยังมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ งาน TEDx Prince of Songkhla University ภายใต้ธีม “Sustainovation in Health: Research for a Resilient Future” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวคิดและนวัตกรรมด้านสุขภาพ ที่มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้คนและอนาคตของภาคใต้ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี และการจัดคอนเสิร์ตการกุศล THE PSU CAR-T CELL & RESILIENCE CHARITY CONCERT ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี เช่นกัน โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ สนับสนุนงานวิจัยทางการแพทย์ และร่วมเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต่อไปด้วย