ข่าวชาวสงขลานครินทร์

ทุ่มสุดพลัง! นักศึกษา ม.อ. ผนึกกำลังมูลนิธิกระจกเงา ช่วยชาวหาดใหญ่ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย




“การได้มีโอกาสทำงานร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ให้ประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างมาก ทำให้เราได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ เข้าใจว่างานพัฒนาสังคมในช่วงวิกฤต ต้องใช้ทั้งความรู้ ความละเอียดรอบคอบ และความเข้าใจต่อผู้คนมากกว่าที่คิด”



PSU Connext ชวนไปพูดคุยกับ ฟิตตรี บากา หรือน้องแบงค์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี ปัจจุบันเป็นนักศึกษาฝึกงานกับ มูลนิธิกระจกเงาเชียงราย และได้มีโอกาสลงพื้นที่ทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือฟื้นเมือง ฟื้นบ้าน ฟื้นกำลังใจให้กับชาวหาดใหญ่ หลังจากเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่



อะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้เราตัดสินใจลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูหลังน้ำท่วมครั้งนี้

: แรงจูงใจที่ทำให้ผมตัดสินใจลงพื้นที่ช่วยเหลือฟื้นฟูในครั้งนี้ มาจากพื้นฐานที่ตัวเราเองได้ลงเรียนด้านพัฒนาสังคม ซึ่งทำให้เชื่อมั่นว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง จะต้องเริ่มจากการลงมือทำ ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ในห้องเรียนเท่านั้น การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ได้อยู่เคียงข้างชุมชนในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด และได้มองเห็นปัญหาจริง ๆ ผ่านสายตาของผู้ที่ได้รับผลกระทบ และได้มีโอกาสใช้ความรู้ที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังเป็นประสบการณ์ที่ช่วยย้ำเตือนอีกด้วยว่า การพัฒนา ไม่ได้เกิดจากทฤษฎีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการร่วมมือ ความเข้าใจ และความตั้งใจที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน



บทบาทของนักศึกษาพัฒนาสังคม ม.อ.ปัตตานี ในการทำงานร่วมกับมูลนิธิกระจกเงาคืออะไร

: บทบาทของนักศึกษาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในการทำงานร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา คือการลงพื้นที่ช่วยฟื้นฟูบ้านเรือนที่เสียหาย ช่วยคัดแยกและจัดการสิ่งของบริจาค รวมถึงประสานงานกับชุมชนเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างราบรื่น การร่วมงานกับมูลนิธิกระจกเงา ยังช่วยให้การทำงานมีระบบมากยิ่งขึ้น และทำให้ความช่วยเหลือถูกส่งถึงผู้ประสบภัยได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพอีกด้วย



การทำงานร่วมกับมูลนิธิกระจกเงาให้อะไรกับเราบ้าง

: การได้มีโอกาสทำงานร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ให้ประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างมาก เราได้เห็นการทำงานช่วยเหลือสังคมที่เป็นมืออาชีพ โปร่งใส และให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีของผู้ประสบภัยจริง ๆ ทำให้เราได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ เข้าใจว่างานพัฒนาสังคมในช่วงวิกฤต ต้องใช้ทั้งความรู้ ความละเอียดรอบคอบ และความเข้าใจต่อผู้คนมากกว่าที่คิด



มีเรื่องราวสุดประทับใจอะไรบ้างจากการลงพื้นที่ช่วยฟื้นฟูหลังน้ำท่วมครั้งนี้

: เรื่องที่ประทับใจที่สุดในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือรอยยิ้มและน้ำใจของชาวบ้าน แม้ว่าพวกเขาจะสูญเสียทรัพย์สินไปมาก แต่ก็ยังมีกำลังใจและความเข้มแข็งให้เห็นอยู่เสมอ บางบ้านยังแบ่งน้ำและอาหารให้พวกเราด้วยซ้ำ ทั้งที่ตัวเองก็ลำบาก สิ่งเล็ก ๆ แบบนี้ทำให้เรารู้สึกว่า การช่วยเหลือที่เราทำ แม้จะไม่มาก แต่สามารถสร้างความหวังและกำลังใจให้ชุมชนได้จริง ๆ



อยากฝากอะไรถึงเพื่อนนักศึกษาและสังคมจากประสบการณ์ในครั้งนี้บ้าง

: จากประสบการณ์ครั้งนี้ อยากบอกเพื่อนนักศึกษาและทุกคนในสังคมว่า เราทุกคนมีพลังที่จะช่วยเหลือกันได้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ถ้าเราเริ่มลงมือทำ สิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำอาจกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายสำหรับใครสักคน ขอแค่กล้าที่จะออกไปใช้ความรู้และความสามารถของตัวเองเพื่อสังคม เราก็สามารถสร้างสิ่งดี ๆ ร่วมกันได้



ภาพ: ฟิตตรี บากา
เรียบเรียง: PSU Connext