เสียงของธรรมชาติในห้องวิจัย เส้นทางสู่ประเทศคาร์บอนเป็นศูนย์ จากรายงานของ สวสก
ภายใต้ภาวะโลกรวนที่ทุกคนรู้สึกได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าใจถึง “ระบบนิเวศ” ที่กำลังร้องไห้อย่างเงียบงัน ศาสตราจารย์ ดร.อัญชนา ประเทพ จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่เป็น “นักฟังเสียงของธรรมชาติ” ผู้แปลความซับซ้อนของระบบนิเวศให้กลายเป็นแผนที่นำทางเพื่อการอยู่รอดของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ บนโลก ในฐานะหัวหน้าโครงการจัดทำ “แผนที่นำทางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน (Nature-Based Solutions: NbS)” อาจารย์อัญชนาและทีมวิจัยจากหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศได้ร่วมกันวิเคราะห์ ศึกษา และออกแบบแนวทางที่จะพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero 2065 หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ สิ่งที่รายงานฉบับนี้สะท้อนชัด คือความเชื่อมั่นว่า “ธรรมชาติไม่ใช่ผู้ถูกช่วยเหลือ แต่คือผู้ช่วยมนุษย์ที่เราต้องเรียนรู้จะอยู่ร่วมด้วยอย่างเคารพ”
จากงานวิจัยสู่ภารกิจเพื่อโลก แผนที่นำทางฉบับนี้ไม่ใช่เพียงเอกสารเชิงวิชาการ แต่คือ “คัมภีร์แห่งความหวัง” ที่ใช้ข้อมูล วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม มาสานต่อความเข้าใจใหม่ของคำว่า “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ทีมของศ.ดร.อัญชนา ได้กำหนดแนวทางของ NbS ครอบคลุม 4 ระบบนิเวศหลัก ของประเทศ ได้แก่
- ระบบนิเวศป่าบก – การเพิ่มพื้นที่ป่าธรรมชาติ ป่าเศรษฐกิจ และพื้นที่สีเขียวในเมือง
- ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ – การอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำให้เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนธรรมชาติ
- ระบบนิเวศเกษตร – การส่งเสริมเกษตรคาร์บอนต่ำ และฟื้นคืนความอุดมของดิน
- ระบบนิเวศในเมือง – การออกแบบเมืองที่ “หายใจได้” ผ่านพื้นที่สีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
รายงานระบุว่า หากประเทศไทยสามารถดำเนินการตามแนวทางนี้ได้ครบวงจร จะสามารถดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่า 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีภายในปี 2037 เทียบเท่ากับการหยุดรถยนต์หลายสิบล้านคันทั่วประเทศในเวลาเดียวกันสิ่งที่ ศ.ดร.อัญชนา เน้นย้ำในทุกวงเสวนาและรายงานคือ “การกลับไปฟังธรรมชาติ” ด้วยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงปลูกต้นไม้ แต่ต้องเข้าใจระบบนิเวศทั้งหมด ตั้งแต่ป่าชายเลน ดิน น้ำ จนถึงชีวิตเล็ก ๆ ใต้ผืนดินที่ช่วยหมุนเวียนคาร์บอนในโลก
ในรายงานมีการเสนอให้สร้าง NbS Academy เพื่อพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ในทุกภาคส่วน ทั้งนักวิจัย เจ้าหน้าที่รัฐ เกษตรกร และชุมชนท้องถิ่น ให้เข้าใจวิธีใช้ “ธรรมชาติเป็นเครื่องมือฟื้นฟูธรรมชาติ” เช่น การออกแบบระบบเกษตรคาร์บอนต่ำ การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ และการพัฒนา “ป่าในเมือง” สิ่งที่รายงานฉบับนี้ฝากไว้ให้สังคมไทย คือคำเตือนเชิงวิทยาศาสตร์ที่อ่อนโยนแต่ทรงพลัง หากเราไม่เร่ง “เปลี่ยนจากการใช้ประโยชน์ธรรมชาติ ไปสู่การใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ” เราอาจไม่มีเวลาพอให้ธรรมชาติรักษาเราได้อีก
ในแง่ของนโยบาย รายงานยังเสนอให้รัฐบาลบรรจุแนวคิด NbS เข้าไว้ใน NDC (Nationally Determined Contributions) อย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างกลไกด้าน MRV (Monitoring, Reporting, Verification) ที่โปร่งใส เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการลดคาร์บอนจริง ไม่ใช่เพียงบนกระดาษ และเหนือสิ่งอื่นใดคือ “การสื่อสาร” การสร้างความเข้าใจในระดับประชาชน เพราะการเปลี่ยนแปลงเริ่มจากจิตสำนึกเล็ก ๆ ของคนธรรมดาที่เลือกจะปลูกต้นไม้หนึ่งต้น แยกขยะหนึ่งถุง หรือปิดไฟหนึ่งดวงอย่างตั้งใจ จากเสียงของธรรมชาติ…สู่เสียงของอนาคต

เมื่ออ่านจบ เราอาจไม่ได้จดจำตารางคำนวณปริมาณคาร์บอนในรายงานนี้ทั้งหมด แต่เราจะจดจำ “เจตนารมณ์” ของ ศ. ดร.อัญชนา ประเทพ และทีมงานได้อย่างชัดเจน เจตนาที่จะใช้ “วิทยาศาสตร์ของความหวัง” เพื่อสร้างโลกที่ลูกหลานเรายังมีป่าให้เดิน มีลมหายใจให้หายใจ และมีธรรมชาติให้เรียนรู้ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ… “ฟังธรรมชาติให้ทัน ก่อนที่ธรรมชาติจะพูดกับเราเป็นครั้งสุดท้าย” ทุกท่านสามารถอ่าน “แผบที่นำทางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัดกรรมการแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐานเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย” ได้จากลิงค์ ได้ที่
https://link.psu.th/rr6vdv