คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม ม.อ. จัดกิจกรรมร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ แนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และลดคาร์บอนภายในมหาวิทยาลัย
คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดกิจกรรม Knowledge Management for PSU Sustainability เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ แนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และการลดคาร์บอนภายในมหาวิทยาลัย นำโดย รศ. ดร.ใกล้รุ่ง สามารถ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล รศ. ดร.พลชาติ โชติการ คณบดีคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมทั้งวิทยากรจากอีกหลากหลายหน่วยงานและมหาวิทยาลัยชั้นนำ ร่วมแชร์องค์ความรู้และโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุม E401 ชั้น 4 คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567


รศ. ดร.ใกล้รุ่ง สามารถ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เข้าร่วมการจัดอันดับ SDGs ตั้งแต่ต้นปี 2020 ซึ่งอันดับก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ปีนี้อยู่ในอันดับ 201 - 300 และมีด้านที่เราเข้มแข็ง ได้แก่ SDG1 ขจัดความยากจน SDG3 ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย SDG7 เข้าถึงพลังงานสะอาด SDG8 งานที่ดีและเศรษฐกิจที่เติบโต SDG14 อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร SDG15 ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน และ SDG17 เสริมความเข้มแข็งความร่วมมือระดับโลก ความท้าทายต่อจากนี้คือต้องการนโยบายที่ชัดเจน และความร่วมมือที่มากขึ้น รวมถึงความร่วมมือกับองค์กรภายนอก


ขณะที่ ศ. ดร.สุเมธ ไชยประพัทธ์ และ รศ. ดร.จรงค์พันธ์ มุสิกะวงศ์ คณะทำงาน PSU Net Zero จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวด้วยว่า ม.อ. ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาประมาณ 1 ปีแล้ว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น การติดตั้ง Solar Cell การใช้ EV การจัดการของเสีย การพัฒนาระบบประเมินการปลดปล่อยคาร์บอน และการสร้างองค์ความรู้ภายในมหาวิทยาลัย สิ่งที่กำลังทำคือการสร้างคน และประเมินข้อมูล Baseline ที่เราปล่อยคาร์บอนออกไปในปริมาณเท่าไหร่ และสร้างระบบในการติดตามทุก ๆ ปี สำหรับให้แต่ละคณะได้ใช้คำนวณตัวเลข และประเมินตัวเลขของการปลดปล่อยคาร์บอนด้วย


ด้าน รศ. ดร.พลชาติ โชติการ คณบดีคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม เราพยายามจะใช้ THE impact ranking ในระดับคณะ SDGs ที่เราได้ทำมามีความเข้มแข็ง ทางด้านทะเลผ่านทางศูนย์วิจัยที่มีเครือข่าย และโครงการวิจัยที่หาทางบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยระบบนิเวศทางชายฝั่ง เช่น ป่าชายเลน หญ้าทะเล แนวปะการัง ใช้ทั้งเทคโนโลยีและสังคมศาสตร์มาช่วย เราพยายามทำ Green office และจัดตั้งคณะทำงาน CFO carbon footprint organization เราตั้งใจจะไปสู่เป้าหมายภายในปี 2027 (พ.ศ. 2570)